แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับปัญหาดาวรุ่ง

แทงบอล61

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับปัญหาดาวรุ่ง

ในตอนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเข้ามาคุมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในปี 1986 เขาเข้าใจดีว่าการจะสร้างสโมสรให้ยิ่งใหญ่จำเป็นจะต้องได้ตัวนักเตะดาวรุ่งเข้ามาอยู่ในทีมเยาวชนให้เร็วที่สุด แต่เขาต้องพบว่าสโมสรที่มีแฟนบอลทั่วโลกแห่งนี้มีทีมแมวมองเล็กกว่าที่คิดไว้ เพราะมีแมวมองเพียง 6-10 คน ที่อเบอร์ดีนทีมเก่าของเซอร์อเล็กซ์ซึ่งเป็นทีมเล็กในลีกสก็อตแลนด์นั้น เขาตั้งทีมแมวมองถึง 15 คน เมื่อเห็นข้อผิดพลาด เซอร์อเล็กซ์ได้ลงมือแก้ไขโดยของบประมาณจากผู้บริหารให้แมนยูไนเต็ดมีแมวมองถึง 19 คนในปีแรก และเพิ่มขึ้นเรื่อยทั้งจ้างพาร์ทไทม์และเต็มเวลา ผลก็คือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ดาวรุ่งฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีมตลอดเวลาที่เซอร์อเล็กซ์เป็นผู้จัดการทีม

แต่เพียงไม่กี่ปีหลังจากเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันลุกจากเก้าอี้หลังจบฤดูกาล 2013 ทีมแมวมองของแมนยูไนเต็ดก็ถูกละเลยอีกครั้ง เมื่อหัวหน้าแมวมองคนสุดท้ายลาออกไปในปี 2015 และออกมาแฉว่าตอนนี้ทีมมีแมวมองไม่ถึง 12 คน และ 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาเป็นตัวจริงได้เลย เพราะทีมได้ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะต่างชาติตลอด เมื่อถูกทั้งแฟนบอล และบอร์ดบริหารสโมสรกดดัน เอ็ด วู๊ดเวิร์ด ผู้บริหารคนปัจจุบัน จึงไปดึงนิกกี้ บัตต์เด็กเก่าของสโมสรเข้ามาเป็นคนคุมเรื่องแมวมองและทีมเยาวชนของแมนยูไนเต็ด โดยหวังจะยกระดับทีมเยาวชนแมนยยูไนเต็ดอีกครั้ง ซึ่งหากมองทีมคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกแล้ว ทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์กลายเป็นทีมที่มีดาวรุ่งอายุน้อยมากที่สุดขึ้นมาแข่งกับแมนยูไนเต็ด

นักฟุตบอลที่ลงสนามมากตอนเป็นดาวรุ่ง มักจะลงเอยด้วยการแขวนสตั๊ดเร็ว

ก่อนที่ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกจะต้องเตะกันถึง 13-15 นัดกว่าจะได้แชมป์นั้น เราจะเห็นนักฟุตบอลจอมฟิตลงเล่นติดต่อกัน 30-40 นัดเป็นประจำ เพราะโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลยังไม่ชุกมากนัก แต่พอฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปเริ่มเอาระบบลีกมาใช้ นักฟุตบอลที่อยู่ทีมใหญ่ตจ้องเจอโปรแกรมหนัก ทั้งฟุตบอลลีก ฟุตบอลถ้วย ฟุตบอลถ้วยยุโรป และทีมชาติ อาจจะเล่นถึง 50 นัดต่อปี มีนักฟุตบอลดาวรุ่งที่มีฝีเท้าดีหลายคนลงเล่นทุกรายการ ในยามที่ร่างกายยังฟิตอยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่เมื่อนานไปดาวรุ่งตัวเก่งพวกนี้จะเสี่ยงกว่าพวกที่ฝีเท้าธรรมดาค่อยๆเล่นไปจนติดชุดใหญ่ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือไมเคิ่ล โอเว่น ที่ลงเล่นตัวจริงและติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 18 ปี เขามีอาการบาดเจ็บจนต้องแขวนสตั๊ดในวัยเพียง 31 ปีเท่านั้น ซึ่งหากไปเปรียบเทียบกับกองหน้าทีมชาติอังกฤษรุ่นพี่ อย่างอลัน เชียเรอร์ เลิกเล่นตอนอายุ 36 ปี เท็ดดี้ เชอรริงแฮมเลิกเล่นตอน 41 ปี ซึ่งรุ่นพี่ทั้งสองคนตอนอายุ 18-22 ปี พวกเขายังไม่เคยให้ให้ทีมชาติอังกฤษและฟุตบอลถ้วยยุโรปเลย

แจ็ค วิลเชียร์ คือดาวรุ่งอีกคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่กล่าวมา เขาเป็นกองกลางดาวรุ่งของอาร์เซน่อล ลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่อายุ19และยังติดทีมชาติอังกฤษอีกด้วย ในฤดูกาล 2010-2011 เขาลงเล่นรวมทั้งหมด 49 นัดในฤดูกาลเดียว และเจ็บไป1ปีเต็มไม่สามารถเล่นได้เลยในฤดูกาลถัดมา แม้จะหายกลับมาลงเล่นได้ช่วงปี2012-2014แต่เขาก็เจอกับอาการบาดเจ็บอีกครั้ง จนต้องหายหน้าไปตลอดปี 2015 ดูเหมือนว่าการส่งดาวรุ่งลงสนามแบบเต็มเกมติดกัน ในตอนที่ร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่นั้น จะส่งผลเสียต่อตัวนักเตะในระยะยาว