อาการบาดเจ็บในสไตล์การเล่นฟุตบอล

แทงบอลออนไลน์10

อาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในกีฬาฟุตบอล

นักฟุตบอลทีมลิเวอร์พูลในยุคของเจอร์เก้น คล็อปป์ เกิดอาการบาดเจ็บที่น่าประหลาดใจ พวกเขาบาดเจ็บด้วยอาการเหมือนกันถึง 8 คน คือ อาการที่เรียกว่า Hamstring เป็นการบาดเจ็บกล้ามเนื้อด้านหลังขา สามารถเกิดขึ้นได้กับนักกีฬาทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นนักวิ่ง นักฟุตบอล สาเหตุส่วนใหญ่คือการใช้กล้ามเนื้อในส่วนนี้มากเกินไป ซึ่งในทีมลิเวอร์พูลที่ใช้แผนเพรสซิ่ง วิ่งไล่คู่แข่งเพื่อแย่งบอลในแดนกลางให้ได้ จึงต้องออกตัวแบบกระชาก ทำให้กล้ามเนื้อต้องรับภาระหนัก นักเตะจึงมีอาการบาดเจ็บคล้ายกัน ในทีมเอซีมิลาน ยุคของเอริโก้ ซาคคี่ ก็เคยเกิดกรณีคล้ายกัน นักเตะอย่างแฟร็งค์ ไรท์การ์ด ต้องแขวนสตั๊ดก่อนเพื่อนเพราะใช้ร่างกายหนัก ด้วยสไตล์การเล่นของทีมที่ใช้พลังในการเพรสซิ่งแย่งบอลตลอดเวลา โดยเฉพาะตำแหน่งกองกลางตัวรับที่เขารับบทในการไล่บอลคืนมาให้เพื่อนร่วมทีม

การอักเสบของกล้ามเนื้อด้านหลังขายังสามารถแบ่งเป็นระดับตามความรุนแรงได้3ระดับด้วยกัน การอักเสบระดับ 1 เป็นความอักเสบระดับเล็กน้อยพักไม่เกิน 3 วันก็หาย การอักเสบระดับ 2 กล้ามเนื้อจะฉีกขาดใช้เวลาในการรักษา 1 เดือน ส่วนการอักเสบระดับสุดท้ายรุนแรงมากที่สุด คือ เส้นเอ็นจะขาดจากกระดูกอย่างสมบูรณ์ และกระดูกอาจจะหลุดด้วย ใช้เวลาการรักษามากกว่า3เดือน ด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่มีอย่างถี่ยิบ ทำให้แผนการเล่นแบบนี้ ส่งผลต่อร่างกายของนักฟุตบอล จนมีอดีตผู้จัดการทีมหลายคนออกมาให้ความเห็นว่า หากจะต้องเตะถึง 3 นัดใน 10 วัน ก็ไม่ควรใช้แผนเพรสซิ่งเพราะนักฟุตบอลทีมตัวเองจะอ่อนล้ามากเกินไป

สไตล์การเล่นฟุตบอลสะท้อนถึงนิสัยคนในชาติ

ทีมฟุตบอลแต่ละทีมต่างก็มีสไตล์และรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่น่าสนใจคือ คนในชาตินั้นเป็นยังไง เวลาเล่นฟุตบอลก็จะสะท้อนออกมาด้วย เช่น ทีมชาติญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทั้งสองชาติเป็นที่รู้จักดีว่า มีวินัยสูง อดทน ควบคุมตนเองได้ดี ดังนั้นเราจะไม่เห็นนักเตะของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นประเภทศิลปินเดี่ยว เลี้ยงหลบกองหลัง 3-4 คนเข้าไปยิงประตู พวกเขาจะเล่นเพื่อทีมมากกว่าเพื่อตัวเอง

เช่นเดียวกับทีมเยอรมัน พวกเขาถูกบ่นจากคนดูว่าเล่นเหมือนหุ่นยนต์เตะฟุตบอล นักเตะเยอรมันเล่นตามแผนการ ควบคุมอารมณ์ได้ดี จนแทบจะนึกไม่ออกว่ามีนักฟุตบอลทีมชาติเยอรมันถูกไล่ออกจากใบแดงโดยตรงเกิดขึ้นเมื่อปีไหน วิธีการเล่นแบบเอาแน่นอนไว้ก่อนก็ทำให้ชาตินี้ ครองแชมป์ฟุตบอลโลกและฟุตบอลยุโรปมาหลายครั้งแล้ว แม้ว่าจะไม่มีใครเด่นก็ตาม ทีมที่เป็นขวัญใจแฟนบอลที่ชอบดูบอลสนุกคงหนีไม่พ้นทีมจากอเมริกาใต้อย่างบราซิล พวกเขามีความคล่องตัว มีเทคนิคหลอกล่อคู่ต่อสู้ และบรรดากองหน้า กองกลาง ต้องกล้าดวลเลี้ยงผ่านกองหลัง แม้ว่าระยะหลังทีมชาติบราซิลจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่บราซิลไม่ทิ้งสไตล์เดิม ซึ่งก็เหมือนกับนิสัยของคนในชาติที่ชอบเต้นรำ มีเทศกาล ขบวนพาเหรด ชอบความสนุกสนาน

ชาติที่พัฒนาขึ้นมาอย่างโดดเด่นในช่วง 10 ปีนี้คือทีมชาติสเปน ก่อนหน้านี้เป็นชาติที่เล่นบอลสนุก มีจอมเทคนิคจอมเลี้ยงเดี่ยวหลายคน แต่สเปนดูเหมือนจะทิ้งเอกลักษณ์ในอดีตไป เพื่อผลการแข่งขันที่แน่นอน พวกเขาเอาระบบ ต่อบอล ติกิ-ตะกะ มาใช้ ระบบนี้ทำให้สเปนอดทนต่อบอลสั้นมากขึ้น เพื่อรอช่องว่างของคู่ต่อสู้